ค้นหา

Custom Search

Translate

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ตำนานรัก ขูลูนางอั้ว ดอกนางอั้วขึ้นที่ใด ที่นั่นจะมีดอกขูลูอยู่เสมอ

ตำนานรัก ขูลูนางอั้ว ดอกนางอั้วขึ้นที่ใด ที่นั่นจะมีดอกขูลูอยู่เสมอ”
วรรณกรรมพื้นบ้านอีสานเรื่องนี้อาจมีการเล่าแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เป็นตำนานรักเศร้าระหว่างท้าวขูลูกับนางอั้ว ความซึ้งรันทดของตำนานได้ทำให้ชื่อของทั้งคู่กลายมาเป็นชื่อของกล้วยไม้ป่าที่เร้นลับหายาก และเชื่อกันว่า "มีดอกนางอั้วขึ้นที่ใด ที่นั่นจะมีดอกขูลูเกิดขึ้นในบริเวณเดียวกันอยู่เสมอ"

💔ตำนานแรก
ว่ากันว่ามีหมู่บ้านหมู่บ้านหนึ่งชื่อว่า บ้านโคกกง และอีกหมู่บ้านหนึ่งชื่อ บ้านทุ่งมน สองหมู่บ้านนี้ติดกัน รักใคร่สามัคคีกันดี มีเพื่อนฮักเพื่อนแพง(เสี่ยวกัน)สองครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน 2 ครอบครัวสัญญากันไว้ว่า ถ้าใครมีลูกชายจะให้เป็นเพื่อนกัน หากอีกฝ่ายเป็นหญิงจะให้แต่งงานกัน โดยไม่มีเงื่อนไข

วันหนึ่งฝ่าย นางกาสี อยู่บ้านโคกกง ซึ่งมีสวนส้ม กำลังสุกเหลือง ส่วนฝ่ายบ้านทุ่งมน เกิดอยากกินผลส้มเลยชวนพวกมาขอผลส้มกินแต่ นางกาสีหวงไม่ยอมยกให้ จนเกิดผิดใจกันระหว่างเพื่อน ก็เลยเลิกคบค้ากัน ขนาดว่าจะไม่ให้ลูกหลานคบค้าสมาคมกัน 
และแค้นใจมาก
18 ปีต่อมา ฝ่ายนางกาสี มีลูกชายชื่อ ขูลู ส่วนอีกฝ่าย มีลูกสาวชื่อ นางอั้ว ทั้งสองเกิดรักใคร่ชอบกัน โดยที่ไม่ฟังคำคัดค้านจากฝ่ายพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายเลยแม้แต่น้อย พ่อของนางอั้ว กลัวลูกสาวไปปล่อยตัวปล่อยใจจนเกินงามให้ ขูลู เลยออกอุบายให้นางอั้วแต่งงานกับ ขุนลาง หลานเจ้าสัว มหาเศรษฐีปล่อยเงินกู้ผู้กว้างขวางและเอารัดเอาเปรียบในหมู่บ้านทุ่งมน วันหนึ่ง ขุนลางกับน้าชาย ได้ทวงเรื่องหนี้สินที่พ่อนางอั้วเคยหยิบยืมไป แต่ก็ไม่มีให้ในที่สุด น้าชายของขุนลางบังคับให้นางอั้วแต่งงานเพื่อชดใช้หนี้ นางไม่ยินยอมเพราะมีใจให้ขูลูอยู่ จึงตัดสินใจ ในคืนก่อนเข้าพิธีแต่งงานหนึ่งวันกับขุนลาง มอบกายให้ขูลูจากนั้นก็ตัดสินใจผูกคอตาย พอขูลูรู้ข่าวการตาย จึงใช้มีดแทงตัวตายตามนางอั้วไป

💞ตำนานที่สอง
ท้าวขูลูเป็นโอรสเมืองกาสี และนางอัวเดี่ยมเป็นธิดาของเมืองกายนคร พระมารดาของทั้งสองเมืองเป็นเพื่อนกัน และได้ให้คำมั่นสัญญาว่าถ้าฝ่ายใดได้ลูกชายลูกสาวก็จะยกให้แต่งงานกัน ท้าวขูลูกับนางอั้วเคี่ยมเกิดปีเดียวกัน เมื่อเจริญเติบโตนางอั้วเคี่ยมมีความงดงามมาก จนเล่าลือไปถึงขุนลาง 

ซึ่งเป็นเจ้าเมืองขอมภูเขาก่ำ 
ที่เป็นชนเผ่าที่ยังไม่เจริญ
ต่อมาเมื่อท้าวขูลูเจริญวัยอยากมีคู่ครองก็ลามารดามาเมืองกายนคร แล้วได้มีใจต่อนางอั้วเคี่ยม ท้าวขูลูประทับอยู่เมืองกายนครระยะหนึ่ง ก็ลากลับเมือง เพื่อส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอ
ขุนลางหัวหน้าเผ่าชนภูเขาก็ได้ส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอนางอั้วเคี่ยม พระมารดานางอั้วเคี่ยมได้รับปาก เป็นเพราะนางไม่พอใจมารดาท้าวขูลู ซึ่งเป็นเพื่อนกัน เมื่อครั้งตั้งครรภ์นางอั้วเคี่ยม นางได้ไปเที่ยวอุทยานของเมืองกาสี เมื่อเห็นส้มเกลี้ยงก็อยากกิน แต่มารดาของท้าวขูลูไม่ให้ อ้างว่าส้มเกลี้ยงไม่สุกดี จึงทำให้นางน้อยใจและตัดความเป็นเพื่อนกัน นางอั้วเคี่ยมทราบว่ามารดารับปากการสู่ขอของขุนลาง นางก็เสียใจและไม่ยอมรับ
ฝ่ายท้าวขูลูได้บอกบิดามารดามาสู่ขอนางอั้วเคี่ยม แม่สื่อของขูลูนำสินสอดมาสูขอครั้งแรก มารดานางอั้วเคี่ยมไม่ยอมตกลงอ้างว่าได้ตกลงกับขุนลางไว้ก่อนแล้ว ท้าวขูลูก็ขอให้แม่สื่อมาขอนางอั้วเคี่ยมอีกครั้ง และได้พูดทวงสัญญาคำมั่นที่จะให้ บุตร - ธิดา อภิเษกสมรสกัน แต่มารดาของนางอั้วเคี่ยมได้กล่าวถึงความโกรธเมื่อครั้งส้มเกลี้ยงจึงคืนสัญญาทั้งหมด เมื่อจนหนทางมารดาท้าวขูลูจึงอ้อนวอนขอให้ทำพิธีเสี่ยงสายแนน 

(แนน หมายถึงรกห่อหุ้มทารกแรกเกิด) ว่าเป็นเนื้อคู่กันหรือไม่ ผลการเสี่ยงทายว่า สายแนนของทั้งสองคนนั้นเกี่ยวพันกันดีอยู่ในตอนต้น แต่ตอนปลายยอดด้วนและแยกออกจากกัน ซึ่งแสดงว่าเป็นเนื้อคู่กันแต่จะอยู่กันไม่ยืดยาว ต้องพลัดพรากจากกันในที่สุด โดยบอกว่าทั้งสองต้องตายจากกัน ฝ่ายท้าวขูลูจึงจำใจยกทัพกลับเมือง

ฝ่ายขุนลางก็ส่งคนมาทาบทามเพื่อกำหนดวันอภิเษก เมื่อข่าวกำหนดแต่งงานถึงหูอั้วเคี่ยม ทำให้นางเศร้าโศกเสียใจ นางจึงสั่งนางทาสาไปเชิญท้าวขูลูมาพบนาง ฝ่ายมารดานางอั้วเคี่ยมทราบว่าธิดาได้ลักลอบพบกับท้าวขูลูที่สวนอุทยาน นางโกรธมากจึงด่าว่านางอั้วเคี่ยมว่าไปเล่นชู้ นางเสียใจมากจึงพูกคอตายที่อุทยาน เมื่อความทราบถึงเจ้าเมืองและพระมารดาต่างก็เสียพระทัย และนำพระศพเข้าเมืองบำเพ็ญกุศล

ส่วนขุนลางมาพบเห็นเข้าก็เสียใจเสียดายในตัวนางอั้ว ก็พลันเกิดธรณีสูบร่าง เพราะเป็นคนใจบาปสร้างกรรมชั่วเอาไว้มาก ฝ่ายท้าวขูลูเมื่อทราบการตายของนางอั้วเคี่ยมในระหว่างยกทัพกลับ ก็เกิดเสียใจ จึงคว้ามีดแทงคอตัวเองตาย สุดท้ายวิญญาณของสองหนุ่มสาวได้ไปพบกันบนสวรรค์.

รายการบล็อกของฉัน

Gadget

ยังไม่สามารถใช้งานเนื้อหานี้ผ่านการเชื่อมต่อที่เข้ารหัสได้