ค้นหา

Custom Search

Translate

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

มัสยิดไบรัก กรุงเบลเกรด เซอร์เบีย


มัสยิดไบรัก กรุงเบลเกรด เซอร์เบีย
The Bajrakli Mosque, Belgrade
โดย วาริษาฮ์ อัมรีล

มัสยิดไบรัก (Bajrakli Mosque) ตั้งอยู่บนถนน Gospodar Jevremova เขต Dorcel เมืองเบลเกรด 
เซอร์เบีย เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่วิเศษสุดของสถาปัตยกรรมออตโตมันที่หลงเหลืออยู่บนแผ่นดินเซอร์เบีย และเป็นมัสยิดสมัยออตโตมันเพียงแห่งเดียวของที่นี่ที่ยังคงเปิดให้ทำพิธีของศาสนาอิสลาม

มัสยิดไบรัก แปลว่า 'มัสยิดธง' เพราะทุกครั้งที่อะซานเรียกคนมาละหมาด ทางเจ้าหน้าที่ของมัสยิดจะห้อยธงลงมาจากมินาเร่หรือ 'หอคอยอะซาน' และมัสยิดไบรักก็เป็นมัสยิดที่มีหอคอยอะซานที่สูงที่สุดในยุคออตโตมัน ในปัจจุบันมัสยิดไบรักยังมีธงสองผืนเป็นรูป 'จันทร์เสี้ยว' และ 'ดาว' บนพื้นธงสีเขียว ซึ่งเป็นตัวแทนของจักรวรรดิออตโตมันอันเกรียงไกร (ที่เราเห็นสัญลักษณ์ 'ดาวและเดือนเสี้ยว' ตามร้านข้าวมันไก่ทั้งหลายแหล่ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของอิสลามนั้น ความจริงแล้ว 'ดาวและเดือนเสี้ยว' คือสัญลักษณ์ของจักรวรรดิออตโตมันต่างหาก แต่ออตโตมันเคยเป็นผู้นำประชาชาติมุสลิมถึง 600 ปีเต็ม มุสลิมทั้งโลกก็เลยเอาสัญลักษณ์นี้มาเป็นสัญลักษณ์อิสลามซะ - ผู้แปล)

มัสยิดไบรักก่อสร้างขึ้นในปีค.ศ.1575 โดย ฮัจยี อาลี พ่อค้าผู้มั่งคั่งแห่งเบลเกรด ตอนแรกมัสยิดหลังนี้มีชื่อว่า Cohadzi แต่เปลี่ยนชื่อในภายหลังเป็นมัสยิดไบรัก

เบลเกรดซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำซาวาและดานูบ ตอนกลางด้านเหนือของเซอร์เบีย ถูกครอบครองโดยไบเซนไทน์ แฟรงค์ บัลกาเรีย ฮังการี และเซอร์เบีย จนท้ายที่สุดตกเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิมุสลิมออตโตมันเติร์กโดยสิ้นเชิงในปี 1521 (จริงๆ แล้วเติร์กยึดเซอร์เบียเกือบทั้งประเทศได้ตั้งแต่เมื่อร้อยกว่าปีก่อนหน้า - ผู้แปล) จากนั้นเติร์กก็นำอารยธรรมอิสลามเข้ามา มีการก่อสร้างโรงแรมที่พัก ที่อาบน้ำสาธารณะ และที่สำคัญคือก่อสร้างมัสยิดในเบลเกรดไว้ถึง 273 แห่ง!!!

มัสยิดส่วนใหญ่ในเบลเกรดถูกทำลายลงในปี 1688 ตอนที่กองทัพออสเตรียเข้ายึดครอง แต่ไม่กี่วันให้หลังออตโตมันก็กรีฑาทัพมายึดเมืองคืนได้อย่างง่ายๆ สบายๆ

ต่อมาช่วงปี 1717-39 เมื่อออสเตรียเข้ายึดครองเบลเกรดก็ได้เปลี่ยนมัสยิดไบรักให้เป็นโบสถ์คาทอลิกซะ 22 ปี (ออสเตรียเป็นคาทอลิก ส่วนเซิร์บเป็นออร์โธดอกซ์) จากนั้นเมื่อออตโตมันกลับมายึดเบลเกรดคืนในปี 1739 ก็ได้บูรณะมัสยิดไบรักขึ้นใหม่

หลังจากเซอร์เบียได้รับเอกราชจากออตโตมัน (เซอร์เบียตกเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิมุสลิมออตโตมันเติร์กราว 500 ปี ได้รับเอกราชในปี 1830 แต่กองทัพออตโตมันเคลื่อนออกจากเบลเกรด สิ้นสุดการครอบครองดินแดนเซอร์เบียจริงๆ ก็ในปี 1867) รัฐบาลเซิร์บได้ทำลายล้างสถานที่สำคัญทางศาสนาอิสลามและมัสยิดลงเกือบหมด หรือไม่ก็เปลี่ยนอาคารไปใช้งานด้านอื่น ช่วงที่เซอร์เบียเป็นส่วนหนึ่งของยูโกสลาเวียมัสยิดไบรักถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ จากนั้นถูกทิ้งร้าง จนกระทั่งถูกเปลี่ยนกลับมาเป็นมัสยิดอีกครั้งหนึ่งด้วยความพยายามของ ฮัมดียา ยูซุฟ ซีฟาฮิช นักการศาสนาชาวบอสเนียซึ่งดำรงตำแหน่งมุฟตีในเบลเกรดยาวนานถึง 40 ปี

ฮัมดียาบอกว่า หลังปี 1963 เขาใช้ความพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้รัฐบาลเปลี่ยนมัสยิดไบรักกลับมาให้ชาวมุสลิมได้ละหมาดอีกครั้ง มัสยิดนี้มีโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามตั้งอยู่ติดกัน มีหอพักนักเรียน โรงอาหารขนาดใหญ่ และห้องสมุด ซึ่งทั้งหมดเป็นสถาปัตยกรรมออตโตมัน ต่อมาในปี 2004 กลุ่มชาวเซิร์บหัวรุนแรงได้เข้ามาทำลายจนเหลือแค่มัสยิด

ในโลกตะวันตก หอคอยอะซานคือสัญลักษณ์ของมัสยิด หากสังเกตดูมัสยิดในยุโรปตะวันออกและในโลกตะวันตกแทบทั้งหมดมักก่อสร้างหอคอยอะซานไว้ด้วย ซึ่งต่างจากมัสยิดมลายูแถบบ้านเรา.

รายการบล็อกของฉัน

Gadget

ยังไม่สามารถใช้งานเนื้อหานี้ผ่านการเชื่อมต่อที่เข้ารหัสได้